ถ้าจะให้นึกถึง 2 เดือนที่แล้ว 12-17 สิงหาคา 2553 5 วันนั้นผมอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นความฝันและ
  จุดมุ่งหมาย หนึ่งในชีวิตเลยละครับไม่นึกว่าตัวเองจะไปถึงที่นั่นได้แต่ ทว่าเวลากลับเดินเร็วกว่าที่
  คิดผ่านมา 2 เดือนอย่าง รวดเร็ว ทั้งๆที่ได้เที่ยวแค่ในเขตโตเกียวเสียดายที่ไปช่วงหน้าร้อน ร้อน
  ตับแตกจริงๆ เดินไปอากิบาฮาร่าแล้ว เหงื่อท่วมเลยทีเดียวโรงแรมที่พัก ค่อนข้างไกลแต่ราคา
  ไม่แพง โรงแรม 3 ดาวครับ โฮเทล วิลล่า ฟอเทียน
  เดินกันขาลากทุกวันปากบอกไม่ไหว ไม่มีแรงเดิน สุดท้ายก็ไปเดินกันทุกคืนอยู่ดี ประสบการณ์
  นั่งเครื่องบินข้ามประเทศครับ คิดว่าจะไม่รอดซะแล้ว เครื่องลงสั่นตลอดการลงจอด
- วันแรกไปถึงโรงแรม 3 โมงกว่าๆ ออกจากไทย ตี 5 ครึ่ง ไปถึงที่นู่นเจอหางฝนเลยตัดใจการไปรอ
  เข้างาน คอมมิคมาเก็ต ครั้งที่ 77 ที่โตเกียวบิ๊กไซต์กัน เป็นในคืนวันรุ่งขึ้นแทน วันแรกที่ไปเดินอากิ
  บาฮาร่า ผมคิดว่า คลองถมสะพานเหล้กนี่ได้แค่เสี้ยวเดียวของที่นี้เท่านั้นเอง คืนแรกตะคริวกินขา
  2 รอบติด 
- วันที่สองไป นั่งรถไฟไปลงที่นากาโน่ จะไปนากาดน่บอร์ดเวย์ที่นั่นของเล่นกับพวกหนังสือก็เยอะ
   เหมือนกัน โดนเฉพาะหนังสือมือ 2 มารื้อที่นี้เยอะดีครับ ตกดึก ออกจารโรงแรม 5 ทุ่มไปคอมมิคเกะ
   ถึงหน้าโตเกียว บิ๊กไซต์ตอนเที่ยงคืนครึ่งแล้วไปรอจนเข้าไปตึกได้ตอน 10 ครึ่งโมง ถ้าไปคราวหน้า
   ออกตั้งแต่ 3 ทุ่มก็ไม่ก็ 4 ทุ่มดีกว่า
- วันที่สาม ออกจาก คอมมิคเกะตอน บ่าย 3 โมง ถึงที่พักประมาณเกือบๆ 5 โมงเย็น สภาพดูไม่ได้
   ยังเปรี้ยว ไปเดินที่อากิบาฮาร่าอีกไปเดินถ่ายรูปเมืองกลางคืนที่นี่พักอาศัย 1 ทุ่มในเมือง เงียบมากๆ
- วันที่สี่ นั่งรถไฟไปอิเคะบุคุโระ ที่นั้นของน่าซื้อกว่าที่นากาโน่เยอะครับ เมืองไม่ใหญ่มาก ดงสาวๆแต่
   เป็น สาววาย ทั้งนั้น ของแรร์หาง่ายแต่ราคาอ้วกแตก ที่น่าเที่ยวมากอีกทีครับ ตอนเย็นก็ไปเดิน
   อากิบาฮาร่าอีก รอบ.....
- วันที่ห้า วันสุดท้ายตอนแรกโปรแกรมผมจะไปวัดอาซาคุซะ แต่พอดี น้องๆในกลุ่มอยากไปเดินอากิบะ
  เก็บตกและซื้อของฝาก เลยเปลี่ยนไปอากิบะแทน แต่ต้องเก็บกระเป๋าออกจากห้องก่อน เช็คเอาท์
  ตอน 10 โมง ออกเดินทางจากโรงแรมบ่าย 3 โมง ไปที่สนามบินนานาชาตินาริตะ เครื่องออก 5
  โมงครึ่ง และกลับ ถึงไทยตอน เที่ยงคืนครึ่ง เซ็งอย่างเดินเจอแท็กซี่โกงมิเตอร์จากหอน้องไปสุวรรณ
  ภูมิตอนจะกลับหาดใหญ่ ปกตินั่งไม่เกิน 220 เจอไป 320 เซ็งเลย แถมตอนกลับตอนไปเจอ
  ตั๋วเครื่องบินที่คาร์ฟู มันไม่ใส่ค่ากระเป๋าให้  ต้องไปเองหน้าเคาท์เตอร์อีก ขาไปสนุก ขากลับเซ็ง 
----------------------------------------------------------------------
เก็บตกรูปที่ไปญี่ปุ่นครับ
 
ด้วยความถูกของร้านข้าวกล่องที่หน้าโรงแรม และพวกของของเล่นของเก็บราคาไม่แพงทำให้หา
ของอร่อยๆกินได้น้อยลงเพราะความงก
 
ท่ามกลางเมืองใหญ่ ก็มีร้านทำโคมไฟขาย อยู่ย่านอากิบะเลยครับ
 
ไม่กลจากโรงแรมเท่าไหร่ ในเมืองซอยแคบๆ มีศาลเจ้าเล้กๆอยู่ในเมืองใหญ่ด้วย
 
ผู้พันเซเดอร์ที่เปลี่ยนชุดทุกฤดูกาลในอากิบะ 
 
ตู้กดน้ำที่มีทุกมุมตึกในญี่ปุ่น มีมากมายจริงๆ 
 
น้ำที่กดจากตู้ที่ อิเคะบุคุโระ โค้ก ซีโร่ ฟรี คือ ไม่มีทั้งน้ำตาล และ คาเฟอีน 130 เยน
 
น้ำที่ไปกดมาที่ตู้ก่อนถึงโรงแรม คาเมนไซเดอร์(น้ำเขียว) อุลตร้าโคล่า(โคล่า)
อุลตร้าสัตว์ประหลาด(เลม่อน) กดที่นั้น 100 เยน ไปเห็นที่อื่น 120 เยน
 
จาก 7-11 น้ำส้ม น้ำส้มจริงๆ
 
แฟมมิลี่มารท์ โซดาแตงโม 
 
จาก 7-11 เบียร์ไร้แอลกอฮอล์ ไร้เคลอรี่ น้องป๊อปแกหวังดี ฝากป๊อปซื้อแบบกระป๋องยาว กะกินอร่อย
หลังจากนอนแช่ในอ่างน้ำอุ่น น้องป๊อปแกเป็นห่วงผมแน่ๆ Tongue out
 
ใบปลิวที่เมดแถวๆอากิบาฮาระ ยื่นแจก ด้วยความขยันขันแข็ง เลยรับมา
 
------------------------------------------------
คอมมิคเกะ แหล่งแสวงบุญ ที่คนการ์ตูนควรย่างกรายไปซักครั้ง
 
กดดูขยายที่รูปได้เลยครับ คอมมิคเกะ77 การแสวงบุญที่ยิ่งใหญ่และง่วงที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของผม
3 รูปนี้มันต่อกันนะครับ สังเกตจากพวกตึกกะเสาไฟกับคนละกัน
 
รูปนี้สวยดีนะผมว่า คนใส่เสื่อสีแดงเลือดนกถือถุงขยะ
คือ ตานัทหรือเด็กหอฮินะตะ,นายทุนN,แฟนพันแท้การ์ญี่ปุ่นรุ่นที่ 3, สต๊าฟงานแค็ปซูล
เจ้าของเวปhttp://www.otakumagazine.net คนนำเที่ยว ?, คนทิ้งผมไว้หมู่ดงโอตาคุ ? Tongue out 
ก็คนเดียวกันนั้นละ !........... Surprised
 
วิดีโอที่ถ่ายตอนนั้นครับ คนเยอะจริงๆ
-------------------------------------------------------------
ค่าเสียหายที่ไป ก็หนักหนาเอาการอยู่ สุข ทุกข์ มันไม่หนีกันเท่าไหร่หรอกครับ
 
-----------------------------------------
เอ็นทรีที่แล้ว ไร้คนตอบแหะ ท่าทางจะผิดคอนเซ็ป งั้นยกเลิก เฟรนด์ชิฟED ขอแต่ละคนกัน
ไม่เหนื่อยด้วย ค่อยหาเวลาทำทีละนิดละหน่อยดีกว่า แค็ป แปลงไฟล์ ย่อไฟล์ ตัดไฟล์ อัพลงyoutube
-------------------------------------------------------
 
*** การทำงานไม่ไ้ด้ฆ่าเรา  การมีหนี้สินคือแส้ที่บังคับเราทำงาน ***
 
************


edit @ 20 Oct 2010 01:03:21 by ลุงแกลบ

Comment

Comment:

Tweet

จบแล้วอิม ที่จริงควรจะจบตั้งแต่เดือนแรกที่กลับมาด้วยซ้ำ ขี้เกียจอัพบล๊อค มันเลยยีดมาเป็น 2 เดือนจบอย่างที่เห็นนี่ละ

#4 By ลุงแกลบ on 2010-10-20 06:08

พี่จะเล่าไปเที่ยวญี่ปุ่นข้ามปีเลยไหมน่ะ
เล่าซะเหมือนบ้านนอกเข้ากรุงเลยquestion
กระป๋องที่โดนสุดคงเป็นเบียร์แล้วค่ะพี่ 55+
ประโยคทิ้งท้ายนี่โดนใจจริงๆค่ะ ฮา
คำทิ้งท้ายบาดใจจริงๆ ฮ่าๆๆ
กระป๋องน้ำอัดลมน่าสะสมจริงๆ

#1 By [ANA]* on 2010-10-19 22:31